เพลงลาวแพน

กิจกรรมจัดการสารสนเทศท้องถิ่น เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน

ประวัติเพลงลาวแพน

เป็นเพลงของพวกเชลยชาวลาวที่ถูกจับกวาดต้อนลงมาอยู่ในกรุงเทพฯ เมื่อคราว “ศึกเจ้าอนุวงศ์” ในสมัยรัชกาลที่ 3

พวกเชลยชาวลาวเหล่านี้คือ ประชาชนที่เจ้าอนุวงศ์ เกณฑ์ลงมาโจมตีกรุงเทพฯ เพื่อปลดแอกเวียงจันทน์จากไทย แต่เมื่อยกมาถึงเพียงนครราชสีมาก็ถูกต้านตีจนแตกยับเยิน เชลยชาวลาวที่ถูกจับได้ถูกกวาดต้อนลงมาในกรุงเทพฯ

พวกเจ้าขุนมูลนายฝ่ายศักดินาไทยกระทำการทารุณเอาตามอำเภอใจ พวกเชลยเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

แต่เนื่องด้วยพวกเชลยชาวลาวปราศจากการนำอันเข้มแข็ง ปราศจากการจัดตั้งอันมีระเบียบ การที่จะลุกฮือขึ้นต่อสู้จึงกลายเป็นเรื่องในฝัน เป็นเรื่องท้อแท้ เป็นสิ่งเป็นไปไม่ได้

ทางออกของเขาก็คือ ระบายความเคียดแค้น ความเร่าร้อน ความปวดร้าว และทุกข์ยากออกมาเป็นบทเพลง

เพลงบทนั้นก็คือ “เพลงลาวแพน” ถ้าหากจะพิจารณาดูเนื้อร้องของเพลงลาวแพนเดิม ก็จะได้พบเนื้อร้องที่สะท้อนถ่ายทอดความรู้สึกของเชลยลาวไว้อย่างสมบูรณ์ตามที่กล่าวมา

 

เนื้อหาของเพลง แสดงให้ถึง …

ความเคียดแค้นและความทุกข์ยากของเชลยชาวลาวได้อย่างแจ่มชัดและตรงไปตรงมา

ถ้าหากจะหวนนึกไปถึง “การบรรเลงเพลงลาวแพนด้วยจะเข้” ซึ่งมีการกระแทกจังหวะโดยการดีดสายทบพร้อมกันทั้งสามสายดังกระหึ่ม เราก็จะมองเห็น “อารมณ์อันฮึดฮัดเคียดแค้นของผู้ประสบความทุกข์ยากและถูกกดขี่” ได้อย่างดี

ลีลาของเพลงลาวแพนบางตอนที่ “อ่อนพลิ้ว โหยหวน และมีการกลบเสียง เปลี่ยนระดับเสียง” ได้แสดงให้เห็น “ความปวดร้าวในดวงใจของผู้ถูกกดขี่” ได้อย่างสมบูรณ์

สิ่งที่น่าสังเกตในเพลงนี้ ก็คือ …

ตอนสุดท้ายที่พวกเชลยด่าเจ้าอนุวงศ์ เป็นทางออกลักษณะป้ายโทษ เป็นลักษณะที่ไม่ยอมนำตนเองเข้าเผชิญหน้ากับสภาพความจริง

ความทุกข์ยากของเชลยชาวลาวมาจากการทรมานของศักดินาไทย ตรงข้ามเจ้าอนุวงศ์เสียอีกที่ได้ต่อสู้เพื่อปลดแอกประชาชนลาวจากการกดขี่ของศักดินาไทย

แต่การต่อสู้ของเจ้าอนุวงศ์มิได้กระทำโดยปลุกระดมประชาชนให้ตื่นตัวการวิเคราะห์ปัญหาจึงได้ไขว้เขว แต่ถึงกระนั้นก็ดี ก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง ตรงที่เจ้าอนุวงศ์เองทำการต่อสู้ก็เพื่อสถาปนาตนเองเป็นศักดินาใหญ่แทนศักดินาไทยเป็นจุดหมายสำคัญ มิได้มีความประสงค์ที่จะปลดเปลื้องทุกข์ของประชาชนแต่อย่างใด

 

เท่าที่พิจารณามาแล้ว เราจะเห็นได้ว่าเพลงลาวแพน แต่ดั้งเดิม เป็นเพลงที่สะท้อนถ่ายทอด

“วิญญาณแห่งการต่อสู้ของประชาชนลาว”

ซึ่งแม้จะไขว้เขวอยู่บ้างก็ยังอยู่ในขั้นที่ดีกว่าเพลงต่าง ๆ อีกหลายเพลง ที่มิได้สะท้อนถ่ายวิญญาณเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย

สาเหตุที่เพลงลาวแพนกลายมาเป็นเพลงอ่อนหวาน เพลงร่าเริง เพลงรักนั้น มาจาก …

นักดนตรีไทยของชนชั้นศักดินาที่ได้บิดเบือนเอาเพลงนี้มาเน้นหนักตรงช่วงอ่อนหวาน แล้วบรรเลงเสียด้วยลีลาใหม่ตามความนิยมของตน ซึ่งมองไม่เห็นพลังแห่งการต่อสู้ของประชาชนในทางการเมือง

ด้วยเหตุนี้เพลงลาวแพน จึงได้ถูกแปรโฉม จากเพลงของประชาชนมาเป็นเพลงของศักดินา และจนกระทั่งกลายมาเป็นเพลงกระเง้ากระงอดของชนชั้นกลางในที่สุด

เนื้อเพลงลาวแพน

“ฝ่ายพวกลาวเป่าแคนแสนเสนาะ

มาสอเพาะเข้ากับแคนแสนขยัน

เป็นใจความยามยากจากเวียงจันทน์

ตกมาอยู่เขตขัณฑ์อยุธยา

อีแม่คุณเอ๋ยเฮาบ่เคยจะตกยาก

ตกระกำลำบากแสนยากนี้หนักหนา

พลัดทั้งที่ดินถิ่นฐาน พลัดทั้งบ้านเมืองมา

พลัดทั้งปู่ พลัดทั้งย่า พลัดทั้งตา ทั้งยาย

พลัดทั้งแม่ ลูกเมีย พลัดทั้งเสียลูกเต้า

พลัดทั้งพงศ์ทั้งเผ่า ทั้งลูกเต้าก็หนีหาย

บักไทยมันเฆี่ยนบักไทยมันขังจนไหล่จนหลังของข่อยนี้ลาย

จะตายเสียแล้วหนาที่ในป่าดงแดน

ผ้าทอก็บ่มีนุ่ง ผ้าถุงก็บ่มีห่ม

คาดแต่เตี่ยวเกลียวกลม หนาวลมนี่เหลือแสน

ระเหินระหกตกยากต้องเป็นคนกากคนแกน

มีแต่แคนคันเดียวก็พอได้เที่ยวขอทานเขากิน

ตกมาอยู่ในเมืองต้องถีบกระเดื่องกระด้อย

สีซ้อมตำต้อยตะบิดตะบอยบ่ฮู้สิ้น

ถือแต่เคียวเกี่ยวหญ้าเอาไปให้ม้าของเพื่อนมันกิน

เที่ยวซมซานไปทุกบ้านทุกถิ่นจะได้กินก็แต่เดน แสนอึด (อด)

แสนจนเหมือนอย่างคนตกนาฮก (นรก)

มืดมนฝนตกเที่ยวหยก ๆ ถกเขมร

ถือข้องส่องคบจับกบทุ่งพระเมรุ

เปื้อนเลนเปื้อนตมเหม็นขมเหม็นคาว

จับทั้งอ่างท้องขึงจับทั้งอึ่งท้องเขียว

จับทั้งเปี้ยวทั้งปูจับทั้งหนูท้องขาว

จับเอามาให้สิ้นมาต้มกินกับเหล้า

เป็นกรรมของเรา เพราะอ้ายเจ้าเวียงจันทน์เพื่อนเอย”

เพลงลาวแพน

เสียงขลุ่ยลาวแพน

คลิปเพลงลาวแพน

ที่มา
สมชาย ปรีชาเจริญ (จิตร ภูมิศักดิ์).  (2523).  ชีวิตและศิลปะ. ชัยวัฒนาการพิมพ์.

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา Faculty of Humanities and Social Sciences | 02-473-7000 ต่อ 2000