ประวัติชุมชนบางไส้ไก่

กิจกรรมจัดการสารสนเทศท้องถิ่น เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน

ประวัติชุมชนบางไส้ไก่ (หมู่บ้านลาว)

ชุมชนบางไส้ไก่บ้านสมเด็จหรือที่มีชื่อเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า “หมู่บ้านลาว” มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 200 ปี เกิดจาก การกวาดต้อนครอบครัว “ชาวลาวเวียงจันทน์” เข้ามาตั้งเป็นหมู่บ้านลาว รวมทั้งหมด 2 ครั้ง

ครั้งแรก

ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี

พ.ศ.2321ได้ให้พระยามหกษัตริย์ศึกยกทัพไปตีนครเวียงจันทน์ โดยได้รับชัยชนะ และได้อัญเชิญ “พระแก้วมรกต” มาประดิษฐานในไทย

รวมทั้งกวาดต้อนชาวลาวเวียงจันทน์บางส่วนเข้ามาด้วย โดยให้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่หมู่บ้านลาวแห่งนี้

ครั้งที่ 2

ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) 

ในปี พ.ศ. 2369-71 เกิด “สงครามเจ้าอนุวงศ์” ครั้งนั้นเจ้าอนุวงศ์และเชื้อพระวงศ์ถูกจับตัวและส่งมากรุงเทพฯ

รวมทั้งกวาดต้อนชาวลาวเวียงจันทน์และชาวลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ “หมู่บ้านลาว” แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

สงครามเจ้าอนุวงศ์

เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2369-71 ต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากทั้งในประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์ลาว

เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2369-71 ต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากทั้งในประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์ลาว

ในประวัติศาสตร์ไทย บันทึกว่า …สงครามครั้งนี้เป็นสงครามของพวกกบฏ ซึ่งหัวหน้ากบฏคือ “เจ้าอนุวงศ์”รัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรง สนับสนุนเจ้าอนุวงศ์ที่ทูลขอให้รัชกาลที่ 2 ทรงแต่งตั้ง “เจ้าราชบุตร (โย่)” ของเจ้าอนุวงศ์ขึ้นเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ เพราะเชื่อในความจงรักภักดีของเจ้าอนุวงศ์ที่เคยช่วยไทยรบกับพม่าหลายครั้งแต่เมื่อเจ้าอนุวงศ์ทรงเป็นกบฏ พระองค์จึงทรงแค้นพระทัยมาก จึงสั่งให้ตีเมืองเวียงจันทน์มิให้เป็นเมืองอีกต่อไป

ในประวัติศาสตร์ลาว ถือว่า สงครามในครั้งนี้ควรได้รับ “การยกย่อง” เพราะเป็นสงครามปลดแอกลาวให้พ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของไทย ผลของสงครามส่งผลให้ชาวลาวถูกกวาดต้อนมาตั้งถิ่นฐานในไทย จนทำให้ประชากรในลาวเหลือน้อยมาจนถึงทุกวันนี้

สงครามเจ้าอนุวงศ์โดยสังเขป

สำหรับเจ้าอนุวงศ์ เป้าหมายในการทำสงคราม คือ “การปลดแอกจากการเป็นเมืองขึ้นของไทย”

สำหรับวิธีการปลดแอกที่เจ้าอนุวงศ์ทรงวางแผนเอาไว้ คือ

ระดมพลจากเมืองที่เวียงจันทน์บังคับบัญชามาไว้ที่เวียงจันทน์กับจำปาศักดิ์ เพื่อฝึกทหารให้พร้อมรบยิ่งขึ้น

แล้วส่งขุนนางพร้อมทหารส่วนหนึ่งออกไปเกลี้ยกล่อมเมืองต่าง ๆ  ในภาคอีสานให้เข้าร่วมกับฝ่ายเจ้าอนุวงศ์

ส่วนการเข้าตีกรุงเทพฯ ถ้าตีได้ก็ตี ดูท่าทีกรุงเทพฯ มีการป้องกันที่เข้มแข็งก็ไม่ตี แต่จะกวาดต้อนประชากรตามหัวเมืองรายทางที่กองทัพลาวผ่านกลับเอามาไว้ที่เวียงจันทน์และจำปาศักดิ์
นอกจากนี้เจ้าอนุวงศ์ยังได้ส่งทูตไปชักชวนเกลี้ยกล่อมให้ “ญวน หลวงพระบาง” หัวเมืองล้านนามี “น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่” เข้ามาช่วยพระองค์ด้วย เพราะลำพังเวียงจันทน์-จำปาศักดิ์ กำลังน้อยกว่าฝ่ายไทยมาก

ทูตที่ส่งไปญวนไปก่อนการระดมพลที่เวียงจันทน์ของเจ้าอนุวงศ์ แต่แคว้นและหัวเมืองอีก 6 แห่งที่กล่าวข้างบนส่งไปหลังจากมีการระดมพล หมายความว่า เจ้าอนุวงศ์ทรงตัดสินพระทัยทำสงครามก่อนที่จะรู้ผลว่าอาณาจักรญวน แคว้นและหัวเมืองอีก 6 แห่ง จะเข้าร่วมสงครามกับพระองค์หรือไม่

อันนี้เป็นการตัดสินพระทัยที่รีบร้อนเกินไป เพราะปรากฏภายหลังจากสงครามดำเนินไปแล้วว่าอาณาจักรญวน กับแคว้นและหัวเมืองอีก 6 แห่ง มิได้เข้าช่วยในสงครามครั้งนี้ แต่ถึงตอนนั้นก็สายไปเสียแล้ว

วิดีโอ ประวัติชุมชนบางไส้ไก่ (หมู่บ้านลาว)

ที่มา
สุวิทย์  ธีรศาศวัต.  (2549,กันยายน).  ทำไมเจ้าอนุวงศ์ จึงต้องปราชัย. วารสารศิลปวัฒนธรรม.
     สืบค้นวันที่ 3 พฤษภาคม 2565. https://www.silpa-mag.com/history/article_10322

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา Faculty of Humanities and Social Sciences | 02-473-7000 ต่อ 2000